บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก มกราคม, 2018

วิธีการตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน

รูปภาพ
1. การตรวจวัดพลาสมากลูโคสขณะอดอาหาร[Fasting plasma glucose,FPG] โดยตรวจเลือดจากหลอดเลือดดำ  2. การตรวจน้ำตาลในเลือดโดยวิธีเจาะจากปลายนิ้ว[Fasting capillary blood glucose,FCBG]  การแปลผล  ถ้าระดับ FPG/FCBG มากกว่าหรือเท่ากับ 126 มก./ดล. >>>  ให้ตรวจยืนยันด้วย FPG อีกครั้งใน 1 วันหรือสัปดาห์ถัดไป >>> ถ้าพบ FPG มากกว่าหรือเท่ากับ 126 มก./ดล.  >>> ให้การวินิจฉัยว่าเป็น โรคเบาหวาน   ถ้าระดับ FPG มีค่า 100 - 125 มก./ดล. >>>  ให้การวินิจฉัยว่าเป็นภาวะระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารผิดปกติ[Impaired Fasting Glucose; IFG]  3. การตรวจความทนต่อกลูโคส[75 g Oral Glucose Tolerance Test, 75 g OGTT]  มีความไวในการวินิจฉัยเบาหวานมากกว่า FPG  ถ้าระดับพลาสมากลูโคส 2 ชั่วโมงหลังดื่มน้ำตาล มีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 200 มก./ดล. >>> ให้ตรวจยืนยันอีกครั้งหนึ่งสัปดาห์ถัดไป >>> ถ้าพบระดับพลาสมากลูโคส 2 ชั่วโมงหลังดื่มน้ำตาล มากกว่าหรือเท่ากับ 200 มก./ดล. >>> วินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน...

การคัดกรองโรคเบาหวาน[screening test for diabetes mellitus]

รูปภาพ
         ต่อมาในบทนี้ เราจะมาพูดถึงในเรื่องการคัดกรองโรคเบาหวาน อย่างที่ทราบกันแล้วในบทความที่ผ่านมาว่า โรคเบาหวานถึง 95% เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งโรคเบาหวานชนิดนี้ ส่วนใหญ่มักจะไม่มีอาการผิดปกติ ดังนั้นการค้ดกรอง [Screening test] จึงมีประโยชน์ในการค้นหาผู้ที่ไม่มีอาการ เพื่อการวินิจฉัยและให้การรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มแรก โดยมุ่งเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อน เช่น จอตาผิดปกติจากเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง โรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง ภาวะแทรกซ้อนที่เท้าและขา เป็นต้น   การตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน[Screening test] จะทำในคนที่มีโอกาสตรวจพบโรคเบาหวานได้สูงเท่านั้น ซึ่งมีการศึกษาปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างและการตรวจร่างกายที่สามารถทำนายความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานใน 12 ปีข้างหน้า โดยจะแบ่งออกเป็น 4 ระดับ  ได้แก่ น้อย ปานกลาง สูง สูงมาก ซึ่งเราจะทำการตรวจคัดกรอง[Screening test]เฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นไป[คะแนนมากกว่า 6 ขึ้นไป] ตารางการประเมินความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวานที่สามารถทำนายโอกาสในการเป็นโรคเบาหวานในอีก 12 ปีข้างหน้า...

ชนิดของโรคเบาหวาน

รูปภาพ
โรคเบาหวานแบ่งเป็น 4 ชนิด ตามสาเหตุของการเกิดโรค  โรคเบาหวานชนิดที่ 1 [Type 1 diabetes mellitus, T1DM]  มักพบในคนอายุน้อย รูปร่างไม่อ้วน   มีอาการปัสสาวะมาก กระหายน้ำ ดื่มน้ำมาก อ่อนเพลีย น้ำหนักลด   เกิดจากการทำลายเบต้าเซลล์ที่ตับอ่อนจากภูมิคุ้มกันของร่างกาย การตรวจทางห้องปฎิบัติการที่สนับสนุน ได้แก่   ระดับ ซี-เป็ปไทด์[C-peptide] ในเลือดระดับต่ำหรือวัดไม่ได้เลย ตรวจพบปฎิกิริยาภูมิคุ้มกันต่อส่วนของเซลล์ไอส์เล็ท ได้แก่ islet cell autoantibody , antibody ต่􏰄ออินซูลิน, GAD65, tyrosine phosphatases IA-2 and IA-2ß, และ 􏰅 ZnT8 (zinc transporter 8)   โรคเบาหวานชนิดที่ 2 [Type 2 diabetes mellitus, T2DM] พบบ่อยที่สุดในคนไทย พบประมาณร้อยละ 95 ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด มักพบในคนอายุ 30 ปีขึ้นไป รูปร่างท้วมหรืออ้วน [BMI > 23] เกิดจากการมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน[Insulin resistance] ร่วมกับความบกพร่องในการผลิตอินซูลินที่เหมาะสม[Relative insulin deficiency] อาจไม่มีอาการผิดปกติ หรือ มีอาการของโรคเบาหวานได้   มักมีประวัติโรคเบาหวานชนิ...

โรคเบาหวาน[Diabetes mellitus]

รูปภาพ
              โรคเบาหวาน เป็นโรคที่เป็นปัญหาที่คุกคามสุขภาพของคนไทยเป็นอันดับต้นๆ จากข้อมูลพบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยเบาหวานไม่น้อยกว่า 4 ล้านคน และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากการข้อมูลความชุกของโรคเบาหวานในประชากรอายุต้นแต่ 15 ปีขึ้นไป พบว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 ในระยะเวลา 5 ปี   ก่อนที่จะไปเนื้อหาถัดไป เราต้องเข้าใจก่อนว่าโรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องดูแลรักษาต่อเนื่อง การรักษาโรคเบาหวานมีจุดประสงค์และเป้าหมายชัดเจน คือ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อน(จอตาผิดปกติจากเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง โรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง ภาวะแทรกซ้อนที่เท้าและขา) ให้ผู้ป่วยมีสุขภาพดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดี  ในหัวข้อถัดไปเราจะพูดถึงชนิดของโรคเบาหวาน รวมถึงการวินิจฉัยโรคเบาหวานแต่ละชนิด